Latest Entries »

    

                      

1. การระเหย (evaporation)  หมายถึง การที่น้ำในแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร ฯลฯ กลายเป็นไอเมื่อได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์

 2. การควบแน่น (condensation) หมายถึง การที่ไอน้ำในบรรยากาศเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวในรูปของเมฆเมื่อได้รับความเย็น

3. การเกิดฝนตก (precipitation) หมายถึง ปรากฏการณ์ของการเกิดการรวมตัวของน้ำในอากาศ เกิดเป็นฝนและหิมะตกสู่พื้นโลก ซึ่งส่วนใหญ่ตกลงสู่พื้นที่มหาสมุทร นอกจากนั้นตกลงมาในรูปของฝนและหิมะและบางส่วนก็ซึมลงดินและไหลลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ

  4. การรวมตัวของน้ำ (collection) หมายถึง การที่น้ำไหลรวมกันสู่แหล่งน้ำ  เช่น แม่น้ำ ทะเล หรือ มหาสมุทร ที่เป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต อื่น ๆ  ต่อไป

 

1. ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดการระเหยของน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ กลายเป็น            ไอน้ำขึ้นสู่บรรยากาศ
2. กระแสลม ทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอเร็วขึ้น

3. มนุษย์และสัตว์ ขับถ่ายของเสียออกมากลายเป็นไอน้ำสู่บรรยากาศ

4. พืช รากต้นไม้สามารถดูดน้ำจากดินจำนวนมากขึ้นไปเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ แล้วคายน้ำสู่บรรยากาศ ไอเหล่านี้จะควบแน่นและรวมกันเป็นเมฆและตกลงมาเป็นฝนต่อไป

ปริมาณน้ำที่ระเหย ปริมาณน้ำที่ตกลงมา

       

     ปริมาณน้ำที่ระเหย                           ปริมาณน้ำที่ตกลงมา

จากมหาสมุทร        84%               ในมหาสมุทร               77%

บนพื้นดิน                 23%               จากพื้นดิน                   16%      

 รวม                       100%               รวม                         100%

วัฏจักรของน้ำ หมายถึง การหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของน้ำซึ่งเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเริ่มต้นจากน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ  เช่น ทะเล  มหาสมุทร แม่น้ำ ลำคลองหนอง บึง ทะเลสาบ  จากการคายน้ำของพืช จากการขับถ่ายของเสียของสิ่งมีชีวิต และจากกิจกรรมต่าง ๆ  ที่ใช้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ระเหยขึ้นไปในบรรยากาศ กระทบความเย็นควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ  เป็นก้อนเมฆ ตกลงมาเป็นฝนหรือลูกเห็บสู่พื้นดินไหลลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ หมุนเวียนอยู่เช่นนี้เรื่อยไป

 

ในขณะที่เด็กหญิงบิวกำลังเล่นอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน มีก้อนเมฆสีดำก้อนใหญ่ลอยมาสักพักฝนก็ตกลงมา เด็กหญิงบิวจึงวิ่งไปหลบฝนในบ้าน เมื่อเวลาผ่านไปฝนหยุดตกแล้ว เด็กหญิงบิวก็มองเห็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ  อยู่กลางสนาม เด็กหญิงบิวจึงนำเรือมาเล่นลอยน้ำ พอวันต่อมาเด็กหญิงบิวนำเรือไปเล่นที่แอ่งน้ำอีก แต่ปรากฏว่าไม่มีแอ่งน้ำ แล้วแอ่งน้ำนั้นหายไปไหน

 

ภารกิจ

1. การหมุนเวียนของน้ำมีลักษณะอย่างไร จงอธิบาย

2. ฝนมาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร  และทำไมจึงเกิดฝน

3. อธิบายการเกิดแอ่งน้ำว่าเกิดขึ้นและหายไปได้อย่างไร

   

     

 แนวรอยต่อที่สำคัญที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวมี 3 แนว

  1. แนวรอยต่อที่เกิดล้อมรอบมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวค่อนข้างรุนแรง เรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ (ร้อยละ 80)

 2. แนวรอยต่อภูเขาแอลล์ และภูเขาหิมาลัย และแถบทะเลเมดิเตอร์เลเนียน (ร้อยละ 15)

 3. แนวรอยต่อที่เหลือ บริเวณแนวสันกลางมหาสมุทรต่าง

ศูนย์การเกิดแผ่นดินไหว

          ศูนย์การเกิดแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นบริเวณแนวรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณรอบ ๆ มหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณ ทวีปแถบทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้  บริเวณด้านล่างทวีปยุโรปและด้านบนทวีปแอฟริกา บริเวณทวีปเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และประเทศฟิลิปปินส์

คลื่นไหวสะเทือน 2 ชนิด

         1. คลื่นในตัวกลาง เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่จะกายเป็นวงรอบ ๆ  ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1.1 คลื่น P เป็นคลื่นตามยาว เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของคลื่น สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางทั้งของแข็ง ของเหลว และแก๊ส

1.2 คลื่น S เป็นคลื่นตามขวาง เคลื่อน สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็งเท่านั้น

2. คลื่นพื้นผิว เป็นคลื่นแผ่กระจายออกไปจากจุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวผ่านไปตามพื้นผิวโลก แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

         2.1 คลื่น L เป็นคลื่นที่ทำให้อนุภาคตัวกลางสั่นในแนวราบ โดยมีทิศทางตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น

2.2 คลื่น R เป็นคลื่นที่ทำให้อนุภาคตัวกลางสั่นเป็นรูปวงรี โดยมีทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของคลื่น

แผ่นดินไหว  เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวระหว่างรอยต่อของแผ่นธรณี

ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว คือตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดการไหวสะเทือนของแผ่นธรณีหรือเกิดแผ่นดินไหว

จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว คือตำแหน่งของผิวโลกที่อยู่เหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ และยังเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ภูเขาไฟระเบิด หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดปรมณูใต้ดิน

 การบันทึกข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลก โดยเครื่องไซสโมกราฟ กำหนดไห้ริกเตอร์ เป็นหน่วยวัด โดยวัดจากพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาในรูปของ คลื่นไหวสะเทือน

สมมติว่าท่านเป็นนักธรณีวิทยา ทำงานในกรมธรณีวิทยา และขณะนี้ทางกรมธรณีวิทยากำลังขาดข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหว ซึ้งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ จึงมอบหมายให้ท่านทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ  ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดแผ่นดินไหว แล้วท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้หรือไม่

ภารกิจ

1. อธิบายความแตกต่างของคำว่า “ศูนย์การเกิดแผ่นดินไหว” กับ “จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว”

2. อธิบายความหมายของ “คลื่นตัวกลาง” กับ “คลื่นพื้นผิว” ในแต่ละคลื่นแบ่งเป็นคลื่นอะไรบ้าง และแต่ละคลื่นที่แบ่งมีลักษณะอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

3. อธิบายคำว่า “วงแหวนแห่งไฟ” เพราะเหตุใดจึงเรียกเช่นนั้น ท่านคิดว่าคือบริเวณใดบ้าง และท่านมีแนวคิดอย่างไรถ้าประเทศไทยอยู่ในบริเวณนี้